จัดไปวิชามาร! เทคนิคจำเทนส์ทั้ง 24 ในภาษาอังกฤษ

เชื่อว่ามีเด็กนักเรียนยันนักศึกษามหา’ลัยหลายคนที่ยังมีปัญหากับการจำเทนส์ทั้ง 24 แบบ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีผลในการเรียงประโยคมากๆ เทนส์ไหนใช้อับอดีต ปัจจุบัน อนาคต สับสน งงงวยไปหมด! แต่อย่าเพิ่งท้อใจไป วันนี้ทีนเอ็มไทยจัดให้กับเทคนิคการจำเทนส์ทั้ง 24 แบบวิชาภาษาอังกฤษมาฝากกัน มาทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายกันเถอะ ! ถ้าอยากเข้าใจอย่างถ่องแท้รบกวนช่วยตั้งใจและใส่ใจด้วยนะคะ อิอิ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ^^ จัดไปวิชามาร! เทคนิคจำเทนส์ทั้ง 24 ในภาษาอังกฤษ
ตามหลักโครงสร้างสามารถแบ่งออกได้เป็นหลักๆ 2 อย่าง คือ Active กับ Passive อ่ะงงไหมว่าคืออะไร ..
– Active : ประธานเป็นผู้กระทำ
– Passive : ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ หรือ ประธานเป็นสิ่งของหรือสิ่งไม่มีชีวิตที่ไม่สามารถกระทำได้เอง
โอเคแล้วนะ! งั้นไปเริ่มดู โครงสร้างของ 24 เทนส์กันเลย ..

Active

1

Passive

2

Step ที่ 1 : ในบรรดา Tense ทั้งหมดนั้น เราสามารถแบ่งตามช่วงเวลาในการเกิดได้ 3 ช่วง คือ
o Past – เกิดในอดีต
o Present – เกิดในปัจจุบัน
o Future – เกิดในอนาคต
และแบ่งตามประเภทได้อีก 4 แบบ คือ Sim , Con , Per , Percon (ท่องไว้ให้ขึ้นใจนะ)
o Sim คือ Simple
o Con คือ Continuous
o Per คือ Perfect
o Percon คือ Perfect Continuous

3

Step 2 : ทีนี้เราจะมาเริ่มกันที่แถวกลาง คือ ส่วนของ Present ปัจจุบันกันก่อน รูปแบบ มีดังนี้

4

Present

o Present Simple : Subject + V.1
o Present Continuous : Subject + V to be (is/am/are) + V.ing
o Present Perfect : Subject + has/have + V.3
o Present Prefect Continuous : Subject + has/have + been + V.ing

5

Step 3 : ใน Step นี้เราจะทำการผันให้ทุก Tense ไปสู่รูปอดีต คือ Past Tense ให้หมด เรามาดูกันที่ กริยาที่ติดกับประธานที่สุด ตามรูปเลย

6

ก่อน! ผันให้ทุก Tense ไปสู่รูปอดีต คือ Past Tense
เราจะทำการผัน กริยาในสี่เหลี่ยมสีแดง ซึ่งมันคือ กริยาที่อยู่ติดกับประธานที่สุด ให้ไปอยู่ในรูปของ กริยาช่อง 2

7

กริยาช่อง 2 (คือ อดีต)

o ช่อง 2 ของ กริยาช่อง 1 คือ กริยาช่อง 2 ของตัวมันเอง
o ช่อง 2 ของ is/am/are คือ was/were
o ช่อง 2 ของ has/have คือ had
ณ ตอนนี้ เราจะได้ Past Tense และ Present Tense ทั้งหมดแล้ว ตามรูปข้างล่าง

8

ได้มา 2 ช่องละ ปัจจุบัน present – อดีต past ต่อไปก็ อนาคต future สินะ!

9

Step 4 : ทีนี้เราจะไปยัง Future Tense (อนาคต) กันนะคะ โดยเราจะกลับไปตั้งหลัก Present Tense ก่อน ขีดเส้นแบ่งระหว่าง ประธาน กับ ส่วนข้างหลังออก ดังรูป

10

ขีดเส้นแบ่งระหว่าง ประธาน กับ ส่วนข้างหลังออก
จากนั้นง่ายมากมาย แค่! เติม will ตรงไปตรงเส้นแดง ซะ เราก็จะได้ Future Tense ทั้งหมดแล้ว !!! ง่ายจุงเบย

11

เติม will หลังประธาน (S)

** NOTICE **
บางคนอาจจะสงสัย ทำไมหลัง will ต้องใช้ be / have เพราะ will ถือเป็น auxilary verb ซึ่งหลัง verb ประเภทนี้ต้องตามด้วย คำที่เป็น Base ของมัน
เช่น is/am/are มี base คือ be และ has/have มี base คือ have

อีกทั้ง Future Simple นั้น ดูเผินๆ อาจจะคิดว่ามันเป็นแค่ v1 แด่จริงๆ มันคือ v.inf หมายถึง verb ที่จะไม่ผันตามอะไรเลย หรือเรียกว่า v ดั้งเดิมนั่นเอง V1 ของ present simple อาจเติมs/es ได้ถ้าประธานเป็นเอกพจน์เป็น S+V1 s/es แต่ถ้าพอเป็น future จะเขียนเป็น S+will+V.inf

12

Present Simple tense ของ Passive Voice

Step 5 : ทีนี้เราจะไปยัง Passive Voice กัน โดยจะมีรูปแบบบังคับของ Passive อยู่นั่นก็คือ be + V.3 เราจะเอาเจ้าตัวนี้ไปต่อท้ายใน Tense แต่ละประเภท ตามรูปข้างล่าง (Passive Voice : ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ หรือ ประธานเป็นสิ่งของหรือสิ่งไม่มีชีวิตที่ไม่สามารถกระทำได้เอง)

Present Simple (Passive Voice)

13

Present Simple รูปแบบของ Passive Voice

14

Past tenese ของ Passive Voice

Step 6 : ก็เช่นเคยเล็งไปที่ กริยาที่ติดกับประธานที่สุด จากนั้นแปลงให้เป็น กริยาช่อง 2

15

กริยาที่ติดกับประธานที่สุด แปลงให้เป็น กริยาช่อง 2

16

Future Tense ของ Passive Voice

Step 7 : ต่อไปเราจะไปยัง Passive Voice ของ Future Tense กัน ให้เราขีดเส้นคั่นระหว่างประธานกับส่วนข้างหลังออกเป็นสองส่วนตามรูป จากนั้นก็ ยัด will ลงไปตรงเส้นแดงเลย ทีนี้เราก็จะได้ Passive Voice ของ Future Tense แล้ว!

อย่าลืมผัน กริยา ด้วยนะเพราะมี will ต้องให้อยู่ในรูปของ Base มันด้วย ลืมกันหรือยัง?

o Base ของ is/am/are คือ be
o Base ของ has/have คือ have

17

ขีดเส้นแดง!

18

ยัด will ลงไปตรงเส้นแดงเลย

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ ที่เป็นประโยชน์ จาก LUXIO ,ENG ME UP English Gym